น้ำพริกปลาร้า รับรองว่า เมนูน้ำพริกถ้วยนี้ สมาชิกครอบครัวได้เติมข้าวเป็นจานที่ 2 แน่นอน เมนุน้ำพริก ทำเองได้ ที่บ้านน้ำพริิกที่ทุกคนต้องชอบ

น้ำพริกปลาร้า

น้ำพริกปลาร้า

ส่วนผสม

1.ปลาทับทิมสด          1 ตัว

2.ปลาร้าเป็นตัว พร้อมน้ำปลาร้าขลุกขลิก

3.พริกแดงจินดา

4.หัวหอมแดง

5.กระเทียมไทย

6.เครื่องปรุงรส น้ำปลา มะนาว  หรือ มะกรูด ผงปรุงรส หรือน้ำตาลทราย

น้ำพริกปลาร้า

วิธีทำการเตรียมเนื้อปลาต้มสุก

1.นำปลาทับทิมที่ทำเสร็จแล้ว และล้างสะอาดเรียบร้อยแล้วทำให้สุกโดยการนึ่ง หรือ การต้มก็ได้แล้วแต่สะดวก เมื่อเนื้อปลาสุกแล้วแกะเอาเฉพาะเนื้อปลา ( ระวังอย่าให้มีก้าง ) พักไว้

การต้มน้ำปลาร้า

น้ำปลาร้าที่ต่อสุขภาพในการนำมารับประทาน ควรเป็นปลาร้าที่ต้มสุก ดังนั้น จึงน้ำปลาร้าที่เป็นตัวและน้ำปลาร้าเทใส่กระทะ หรือหม้อ ตั้งไฟปานกลาง เติมน้ำสะอาดใส่ปลาร้าที่ต้มในปริมาณพอๆกันน้ำปลาร้าเข้มข้นที่มีอยู่เดิม จากนั้นเคี่ยวน้ำปลาร้าจนเดือดโยใช้ทัพพีคนให้เนื้อปราร้าที่เป็นตัวยุ่ยละลายกลายเป็นน้ำ เมื่อน้ำปลาร้าและเนื้อปลาร้าที่ต้มยุ่ยเดือดได้สักพัก ปิดไฟ

       เตรียมกระชอนวางบนภาชนะที่สามารถรองรับปริมาณน้ำปลาร้าได้เพียงพอ แล้วนำนำปลาร้าที่ต้มจนยุ่ยแล้ว เทลงบนกระชอน ใช้ทัพพีกดน้ำลาร้าให้ไหลลงภาชนะให้หมด จากนั้นจึงเอาเศษก้างปลาร้าทิ้ง ระวังอย่าให้ก้างหล่นลงไปในน้ำปลาร้า เสร็จแล้วพักไว้

1.นำหอม กระเทียม และพริกที่พร้อมใช้ ไปลงคั่วในกระทะโดยใช้ไฟปานกลาง คั่วจนเกรียมและมีกลิ่นหอม ปิดไฟ นำส่วนผสมที่คั่วลงครก และโขลกในขณะที่ยังร้อนจะโขลกละเอียดได้ง่าย ส่วนจะโขลกหยาบหรือละเอียดนั้นแล้วแต่ความชอบของผู้รับประทาน ใครที่ชอบเคี้ยวส่วนผสมที่เป็นสมุนไพรก็โขลกหยาบ แต่ใครที่ชอบทานน้ำพริกแบบละเอียด ละเมียดลิ้นก็โขลกให้ละเอียด

2.นำเนื้อปลาที่แกะแล้วมาโขลกรวมกับ พริก หอม กระเทียมที่โขลกแล้วให้เข้ากัน จากนั้นตักใช้ภาชนะ

3.นำน้ำปลาร้าที่สุกและผ่านการกรองแบบไร้ก้างแล้วมาเทใส่ภาชนะที่มีส่วนผสมของเนื้อปลาที่โขลกไว้แล้ว  ( ในกรณีที่ไม่สะดวกต้มน้ำปลาร้าด้วยตนเอง ให้ใช้ปลาร้าสำเร็จรูปที่ปรุงรสแล้วแทน )

4.ปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาวหรือมะกรูด  (หากเป็นคอน้ำพริกปลาร้าจริงๆจะรู้ว่า หากใส่มะกรูดให้ความเปรี้ยวแทนมะนาวแล้ว จะทำให้น้ำพริกนอกจากมีกลิ่นหอมของปลาร้าแล้ว ยังมีกลิ่นหอมของมะกรูดให้ได้ฟินเพิ่มเติมอีกด้วย)

5.ก่อนปรุงรสด้วยน้ำปลา อย่าลืมชิมรสชาติความเค็มก่อนจะได้กะถูกว่าจะใส่น้ำปลาแค่ไหน เพราะปกติปลาร้ามีความเค็มอยู่แล้ว จากนั้นจึงใช้ ผงปรุงรส หรือน้ำตาลเล็กน้อย เพื่อให้รสชาติกลมกล่ม ไม่เค็ม หรือเปรี้ยวแหลมจนเกินไป

6.สูตรนี้อาจเปลี่ยนเนื้อปลาทับทิมเป็นเนื้อปลาทูทอดก็ได้ แล้วแต่ความชอบและความสะดวก แต่หากเป็นเนื้อปลาทับทิม จะได้เนื้อน้ำพริกที่ฟูน่ารับประทาน และได้ปริมาณน้ำพริกเยอะกว่า

7.ชิมจนได้รสชาติที่พอใจแล้ว ตักเสิร์ฟ ได้ทั้งผักสด และผักต้มตามความชอบ

รับรองว่า เมนูน้ำพริกถ้วยนี้ สมาชิกครอบครัวได้เติมข้าวเป็นจานที่ 2 แน่นอน


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *