ขนมจีนน้ำยาปู สูตรแกงใต้

ขนมจีนน้ำยาปู สูตรแกงใต้

ขนมจีนน้ำยาปู สูตรแกงใต้

         เอกลักษณ์ของอาหารใต้ คือความเผ็ดร้อนของพริกแกง และความหอมของสมุนไพรแบบถึงเครื่อง ที่เป็นจุดเด่นทำให้ผู้คนต่างนิยมชมชอบในการทานอาหารใต้ เพราะได้รสชาติที่ถูกใจและยังมีกลิ่นหอมที่ช่วยเสริมในอาหารมีความน่าประทานยิ่งขึ้นไปอีก

            เช่นเดียวกับ น้ำยาปู สูตรแกงใต้ ที่ปัจจุบันร้านอาหารหลากหลายแห่งได้นำมาทำเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน แต่หากใครที่ต้องการรสชาติน้ำยาปูในแบบฉบับของตนเอง ก็สามารถปรุงอาหารเองที่บ้านตั้งแต่ขั้นตอนแรกได้ดังต่อไปนี้

ขนมจีนน้ำยาปู สูตรแกงใต้

         ส่วนประกอบ

  • กรรเชียงปูหรือเนื้อปู ½      กิโลกรัม
  • มะพร้าวขูด 1          กิโลกรัม
  • พริกแห้ง ตามต้องการ
  • พริกขี้หนู 100     กรัม
  • น้ำตาลปี๊บ 1          ช้อนชา
  • กะปิ 30        กรัม
  • ขมิ้น 50        กรัม    
  • ตะไคร้ 50        กรัม
  • หอมแดง 50        กรัม
  • ข่า 20        กรัม
  • กระเทียม 30        กรัม
  • พริกไทยดำ 2          ช้อนโต๊ะ
  • ผิวมะกรูด 5          กรัม
  • เกลือ 2          ช้อนชา
  • น้ำปลา 2          ช้อนโต๊ะ
  • ขนมจีน ตามความต้องการ
  • ผักสดต่าง ๆ อาทิเช่น แตงกวา ผักกาดขาว ถั่วพลู ใบโหระพา มะเขือเปาะ หัวปลี และ กะหล่ำปลี หรือผักอื่น ๆ ตามต้องการ
  • ไช่ต้ม

ขนมจีนน้ำยาปู สูตรแกงใต้ 

วิธีการปรุงขนมจีนน้ำยาปู สูตรแกงใต้

  1. เตรียมส่วนผสมสำหรับการทำพริกแกงน้ำยา ได้แก่ เด็ดก้านและหั่นพริกขี้หนู หั่นขมิ้น ข่า หอมแดง เป็นแผ่นบาง ๆ ซอยตะไคร้ให้เล็กเพื่อให้โขลกได้ง่าย ปลอกกระเทียม และฝานผิวมะกรูดเป็นชิ้นเล็ก โขลกพริกไทยดำให้ละเอียดแยกไว้
  2. นำขมิ้น ข่า หอมแดง พริกขี้หนู กระเทียม ตะไคร้ ผิวมะกรูดที่เตรียมไว้ เติมเกลือลงไปเพื่อช่วยไม่ให้กระเด็น โขลกส่วนผสมทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด เนื้อเนียน  จากนั้นจึงใส่พริกไทยที่ป่นละเอียดไว้แล้วลงไปคลุกเคล้าแล้วจึงใส่กะปิลงไป แล้วตำให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันอีกครั้ง
  3. ต้มน้ำเปล่าปริมาณ 1 ลิตรให้สุก อุณหภูมิไม่ร้อนมากเกินไป จากนั้นใส่ลงในมะพร้าวขูดเพื่อทำการคั่นให้ได้หัวกะทิที่เข้มข้น ก่อนการคั่นให้คลุกเคล้ามะพร้าวขูดในน้ำต้มสุกให้ทั่วก่อนเพื่อเป็นการนวด ช่วยให้คั่นน้ำกะทิได้เข้มข้น
  4. เมื่อคั่นหัวกะทิเรียบร้อยแล้ว เติมน้ำเปล่าปริมาณ 2 ลิตร ลงในมะพร้าวขูดอีกครั้ง เพื่อคั่นเป็นหางกะทิ เตรียมไว้
  5. ตั้งหม้อด้วยไฟอ่อน เติมหัวกะทิลงไป รอให้หัวกะทิเริ่มเดือด ใส่พริกแกงที่เตรียมไว้ลงไป คนให้ละลายและกะทิแตกมัน หมั่นคนอย่างเบามือเพื่อไม่ให้กะทิไหม้
  6. เมื่อหัวกะทิเริ่มเดือดและแตกมัน จึงปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊ป น้ำปลาและเกลือเล็กน้อย คนให้เข้ากันและรอให้กะทิเดือดให้น้ำตาลปี๊ปละลายอีกครั้ง
  7. ใส่กรรเชียงปูหรือเนื้อปูลงไป คลุกเคล้าอย่างเบามือ รอให้เนื้อปูเริ่มร้อนจึงเติมหางกะทิลงไป และทำการเคี่ยวให้กะทิสุกและแตกมันอีกครั้งระหว่างการเคี่ยว หมั่นคนให้ถึงก้นหม้อทุก 5 นาที ป้องกันการไหม้
  8. ระหว่างการเคี่ยว จัดเตรียมผักสดสำหรับเสิร์ฟเครื่องเครื่อง แตงกวาล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นแว่นประมาณ 1 เซนติเมตร กะหล่ำปลี และ หัวปลี หั่นเป็นฝอยบาง ๆ ใบโหระพาล้างให้สะอาด ผักกาดขาวแกะเป็นใบและล้างให้สะอาดเช่นกัน  แล้วจัดในถาดเสิร์ฟได้เลย ถั่วพลูล้างให้สะอาดแล้วตัดส่วนหัวลัท้ายออก จากนั้นหั่นครึ่งเพื่อให้ทานง่าย หั่นมะเขือเปาะในน้ำเกลือเพื่อไม่ให้ดำ ตัดขั้วออก บั้งด้านเป็นเป็นสี่ส่วน จัดเรียงผักทุกอย่างที่เตรียมไว้ในถาดเสิร์หด้วยความสวยงาม
  9. ตักน้ำยาเสิร์ฟ ตกแต่งด้วยพริกแห้ง พร้อมเสิร์ฟคู่กับผักสดที่เตรียมไว้และขนมจีนตามต้องการ

เพียงเท่านี้คุณได้เวลาลิ้มรสชาติเครื่องแกงหอมกรุ่นและความเผ็ดร้อนแบบต้นตำรับกับขนมจีนนำยาปู สูตรแกงใต้แล้ว สำหรับการทำพริกแกงใต้หากชอบความหอมของพริก สามารถใช้พริกแห้งแทนพริกขี้หนูได้ และหากต้องการกลิ่นแบบน้ำยากะทิ สามารถเติมกระชายลงไปในน้ำยาได้ หรือจะโขลกรวมกับเครื่องพริกแกงก็ได้เช่นกัน

สำหรับผักสดเลือกได้ตามต้องการ หรือหากใครที่อยากเพิ่มความแปลกใหม่ สามารถใส่ผักบางชนิดลงไปต้มในน้ำยาได้ อาทิเช่น โหระพา เป็นต้น      

ขนมจีนน้ำยาปู สูตรแกงใต้

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *